รับส่วนลด 300 บาทสำหรับการซื้อครั้งแรก

เรื่องเล่า การบริหารงานของ นักธุรกิจบ้านจัดสรร

13 กรกฎาคม 2564
เรื่องเล่า การบริหารงานของ นักธุรกิจบ้านจัดสรร

เรื่องเล่า การบริหารงานของ นักธุรกิจบ้านจัดสรร

หลังจากเดินทางไปสัมภาษณ์ญาติสนิทมิตรสหายหลากหลายท่านมาแล้ว จึงได้มีจังหวะปะเหมาะพบเจอกับพี่ป๊อป ผ่านการแนะนำของพี่ๆ ของเพื่อนๆมาอีกหลายๆต่อ โดยมีจั่วหัวสรรพคุณมาให้ว่า พี่คนนี้ให้พนักงานเก่าออกหมดเลย” ก่อนไปสัมภาษณ์ยังหันมองหน้ากับน้องเหย...เด็ด!


เมื่อได้มีโอกาสมาพบเจอตัวจริงหลังจากที่นัดอยู่นานมากนั้น พบว่าคุณณัฐนนท์ ศรีสมบูรณ์ หรือพี่ป๊อปนั้นไม่ได้ดูโหดร้ายน่ากลัวเล่นกล้ามโตเป็นนักมวยยักษ์อย่างที่ใจนึก อาจจะเพราะคำที่แนะนำมาวันนั้น ทำให้จินตนาการไปซะไกลโข
 

พี่ป๊อปเป็นทายาทคนโตของธุรกิจใหญ่แถบชลบุรี* รูปร่างหน้าตาก็ใจดีขาวตี๋ธรรมดานี่แหละ ธุรกิจของครอบครัวเค้าก็ประกอบไปด้วย 3 ส่วนที่แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง คือธุรกิจบ้านจัดสรร, ธุรกิจการท่องเที่ยวทางน้ำ และธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายอุปกรณ์เรือ
 

ถามว่าพี่รับเหมาหมดเลยมั้ย
ไม่ๆ คือธุรกิจท่องเที่ยวทางน้ำนี่จะเป็นพวก Parasailing ให้เช่าร่มอะไรแบบนั้น ซึ่งก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ ส่วนธุรกิจอุปกรณ์เรือยอร์ชนี่ก็เป็นแบบซื้อมาขายไป แล้วคุณพ่อเค้าก็บริหารส่วนนั้นอยู่ พี่ก็เลยไม่ได้เข้าไปยุ่งเลย ตอนนี้ที่เข้ามารับงานเต็มตัวคือธุรกิจสร้างบ้านจัดสรร รับมาจากคุณแม่
แต่เดี๋ยวของ ขอพี่เคลียร์เรื่องให้พนักงานเก่าออกหมดนิดนึง
 
แล้วพี่เค้าก็ทำหน้าจริงจังประหนึ่งว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างรุนแรง พวกเราก็เลยนั่งตาแป๋วแหว๋วฟังกันตามระเบียบ
คือว่าเราเรียนจบกลับมาทำงาน ก็เห็นอะไรที่ต้องพัฒนาหลายอย่าง เจอช่องว่าง เจอรูรั่วของธุรกิจเยอะ ก็เลยมาช่วยแม่ดูทางนี้ ทีนี้ โลกเปลี่ยนการทำงานก็เปลี่ยน แถมยังเปลี่ยนคนทำงาน Character ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก พอจะนึกออกไหม

อย่างคุณแม่ เรื่องนี้อาจจะหยวนๆ ให้ทำได้ เรื่องนี้อาจจะเข้มงวดมาก ห้ามเด็ดขาด แต่กับพี่ ความคิดพี่มันก็อาจจะเป็นคนละเรื่อง แบบนี้พี่ยอมรับได้ แบบนี้พี่ไม่โอเค ซึ่งลูกน้องเดิมถ้ารับได้ ก็ทำต่อไป ถ้ารับไม่ได้ พี่ก็ไม่ได้รั้งอะไรเค้าไว้ แต่คือไม่ได้ไล่เค้าไปนะ ยกเว้นทำผิดมีคดีจริงๆ

ส่วนเรื่องการทำงานที่เปลี่ยนไปคือ เมื่อก่อนที่บริษัทก็จะมีพนักงานก่อสร้างด้วย งานของเราคือไปเลือกซื้อที่ ดูทำเลที่เหมาะ เวลาที่ใช่ แล้วก็สร้างหมู่บ้านขึ้นมา เสร็จแล้วก็เปิดจองเปิดขาย ทีนี้ตอนคุณแม่ทำก็ก่อสร้างเองหลายส่วน งานก็เยอะ แถมละเอียดด้วย ต้องไปนั่งเช็คคุณภาพ ตามแก้ตามซ่อม ช่างก่อสร้างคุณภาพดีๆก็หายากขึ้นทุกทีๆ
 

ตอนหลังก็เลยเปลี่ยนใหม่ ยุบการก่อสร้างเองทิ้งไปทั้งหมด ใช้เป็น Main contractors และ Sub-contract แทนหมด เราก็มีหน้าที่แค่ออกแบบ คุยภาพรวม เลือกวัสดุ เสร็จแล้วก็ไปตรวจรับแต่ละหลัง เช็คความเรียบร้อย ก็เลยกลายเป็นเหลือพนักงานอยู่ไม่กี่คน แถมยังคุมพวกเรื่องรั่วไหลในการการสร้างได้ง่ายขึ้นด้วย
 
ก็เป็นประการฉะนี้แล แล้วเราก็เลยขอสอบถามเท้าความหลังกันนิดนึง ว่าพี่เค้าเรียนจบอะไรมาแล้วอะไรทำให้วันนี้มานั่งอยู่ตรงนี้ได้
พี่ก็เรียนสายเศรษฐศาสตร์มา ไปเรียนโทสายการเงินที่สหรัฐอเมริกามาด้วย พอกลับมาเห็นเอกสารของแม่ ก็ช่วยแม่ดูนิดนึง ก็เริ่มเห็นช่องที่มันจะมีการรั่วไหล เห็นช่องว่างที่จะสามารถมาพัฒนาได้ ก็เลยลองเข้ามาทำดู
 
มีหลายๆคนพูดว่าเวลาได้ไปเรียนเมืองนอกแล้ว ไม่อยากกลับเมืองไทย อยากจะตั้งหลักอยู่ที่โน่นเลยเพราะอะไรหลายๆอย่างดีกว่า ยิ่งที่บ้านสามารถ Support ได้ด้วยแล้ว ทำไมพี่ถึงเลือกกลับมา?”

เคยมีโมเม้นต์นั้นเหมือนกัน ฮ่าๆ เพราะอยู่โน่นสบายกว่าจริงๆ ต้องไปลองอยู่แล้วจะเข้าใจ แต่ตอนนั้นเรียนจบก็คิดว่า อืม เราคิดมาตั้งแต่เด็กแล้วนะว่าจะกลับมาช่วยพ่อแม่ทำงาน ก็ลองกลับไปดูหน่อย ประกอบกับเป็นพี่ชายคนโตด้วย มีน้องสาวต้องดูแลน่ะ
 

แล้วตอนนี้น้องสาวทำด้วยกันมั้ยคะ
ทำด้วยกันในธุรกิจบ้านนี่แหละ แต่แบ่งงานกันคนละส่วน ไม่ทะเลาะกันแน่นอนเพราะงานมันยังเยอะเกินไป
 
แล้วทุกวันนี้ทำงานมา 5-6 ปี ยังมีความคิดที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมั้ยคะ
ไม่ละๆ ตอนนี้ทำงานมาจนถึงจุดที่พนักงานทั้งหมดเป็นพนักงานที่เรารับมาเอง ก็อยากจะดูแลเค้าและครอบครัวเค้าให้ดีที่สุด แล้วก็ถึงจุดที่ว่า แม่คงไม่ไล่เราออกแน่ๆ ฮ่าๆ เพราะฉะนั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็จะพยายามทำต่อไปเรื่อยๆ
 
พอเราทำหน้างงๆ พี่เค้าก็อธิบายเพิ่มเติมว่า
ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจโปรเจ็คน่ะ อย่างโรงงานผลิตหรือร้านขายของอาจจะนึกภาพไม่ค่อยออก คืองานเราจะมาเป็นโปรเจ็ค 5 ปี 6 ปีก็รู้ผลแล้วว่ากำไรขาดทุนเท่าไหร่ นี่คือตั้งแต่เริ่มซื้อที่เลยนะ แล้วพอจบโปรเจ็คนึง เราก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าจะเริ่มโปรเจ็คต่อไปเมื่อไหร่ หรือว่าจะทำพร้อมๆกันหลายโปรเจ็คก็ได้ ซึ่งบริษัทฯของเรานี่มาถึงจุดที่สามารถเปิดบริษัทฯอยู่ได้โดยไม่ต้องมีโปรเจ็คก็ได้ หรือจะสามารถปิดบริษัทฯไปเลยหลังจากจบโปรเจ็คก็ได้ มันก็เลยต่างกันกับพวกโรงงานผลิตที่ต้องลงทุนยาวผลิตต่อเนื่อง 20 ปี 30 ปีถึงเริ่มเห็นผลกำไร หรืออย่างร้านซื้อมาขายไปนี่ก็ต้องทำต่อเนื่องไม่สามารถหยุดได้ มันก็มีข้อดีข้อเสียคนละแบบกัน ซึ่งพี่คิดว่านี่เป็นงานที่เหมาะกับเราเลยนะ ค่อนข้างถูกจริต

 
พี่มี Passion อย่างอื่นที่นอกจากการทำธุรกิจนี้มั้ยคะ สมมติว่าถ้าคุณแม่ไม่ได้ทำธุรกิจนี้มาก่อน
จะว่าไปก็ไม่ได้อะไรที่สนใจเป็นพิเศษนะ เหมือนเห็นตั้งแต่เด็กๆ ก็คิดว่าจะทำมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว
 
ทำงานกับคุณแม่ มีทะเลาะกับคุณแม่มั้ยคะ
มี หลายเรื่องเลยที่เห็นไม่ตรงกัน แต่เราก็ค่อยๆใจเย็นๆพิสูจน์ให้เค้าเห็น ว่าเราก็สามารถทำได้ เราก็มีความรับผิดชอบต่องานของเรา แล้วเราก็ต้องค่อยๆพัฒนาตัวเองด้วย ให้มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งที่เราได้รับ
 
มีอะไรที่อยากทำแต่คุณแม่ยังไงก็ไม่ยอมมั้ยคะ
ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องพวกเทคโนโลยีนะ พวกการลงทุนใน Software ระบบอะไรทั้งหลาย อาจจะเพราะว่าคุณแม่อายุ 50 กว่าๆแล้ว พอเราซื้ออะไรที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ ก็จะไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไหร่ เสียเงินหลักแสนแต่ไม่เห็นอะไรเลย ช่วยได้จริงรึเปล่าก็ไม่รู้ แกก็คิดแบบนั้น
 
แล้วพี่ทำยังไงคะ
ก็ซื้อมาเลย ฮ่าๆ เพราะว่าตอนนี้พี่ก็ใช้ระบบการเงินออนไลน์แล้ว สามารถสั่งจ่ายอะไรเองได้ แล้วเราก็ใช้ให้ท่านเห็นว่ามันเป็นแบบนี้ๆนะ ค่อยๆอธิบายให้เข้าใจ ว่ามันดียังไง ลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น การทำงานซ้ำซ้อนยังไง แล้วเค้าเองก็สามารถตรวจสอบได้นะ ออนไลน์ได้เลย ก็ใจเย็นๆค่อยๆอธิบายไป
 
เรียกว่าแอบนั่นเอง
ก็ไม่เชิง ฮ่าๆ แต่พวกเรื่องใหญ่ๆอย่างซื้อที่หลักล้านนี่ก็ยังต้องบอกคุณแม่ให้ไปช่วยกันดูอยู่นะ
 
สุดท้ายมีะไรอยากแนะนำรุ่นน้องมั้ยคะ      

อยากแนะนำให้ลองไปทำงานข้างนอกดูก่อนซัก 2-3 ปี ตัวพี่เองยังนึกเสียดายอยู่เลยว่าไม่ได้มีประสบการณ์ตรงนั้น เพราะพี่เห็นเพื่อนๆพี่หลายคนที่ไปทำงานข้างนอกมาก่อนเค้าจะเข้าใจระบบ เข้าใจความคิดของพนักงานมากกว่า ทำให้เวลาทำงานจะมีวิธีการทำงานที่เรียกว่าละมุนละม่อมมากกว่าคนที่ไม่เคยเป็นพนักงานเลย การทำงานจึงราบรื่นมากกว่าเราที่ไม่เคยรู้เลยว่าการเป็นพนักงานมันรู้สึกยังไง


*PATTA PRIME: http://www.patta.co.th


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ “ฉันนี่แหละลูกเถ้าแก่” 

ข้อคิดและบทสรุปจากการสัมภาษณ์ทายาทธุรกิจ โดย พราวพร


บทความที่คล้ายกัน