รับส่วนลด 300 บาทสำหรับการซื้อครั้งแรก

การตลาด 4E คืออะไร มีอะไรบ้าง

13 กรกฎาคม 2564
การตลาด 4E คืออะไร มีอะไรบ้าง

การตลาด 4E คืออะไร มีอะไรบ้าง

หลายคนคงคุ้นเคยกับ การตลาดแบบ 4P หรือ Marketing Mix ที่ประกอบไปด้วย Product, Price, Place และ Promotion ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดสุดคลาสสิคที่เน้นที่ตัวสินค้าหรือบริการเป็นหลักและเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป แต่เทคโนโลยีต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ทำให้การขายไม่ใช่เป็นเพียงแค่ขายการขายสินค้าหรือบริการเท่านั้น แต่เป็นการขายที่ต้องเน้นการสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าด้วย จึงได้มี การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดที่เรียกว่า การตลาด 4E ขึ้นมา


การตลาด 4E ประกอบไปด้วย

1. Experience เน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากเรา

การทำธุรกิจในยุคนี้ไม่เหมือนกับการทำธุรกิจในยุคก่อนๆ ที่เน้นขายสินค้าหรือบริการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าด้วย เพราะถ้าขายของหรือบริการเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคนี้ได้ ตัวอย่างหากคุณเปิดร้านขายกาแฟ นอกจากในเรื่องของรสชาติแล้ว อะไรคือสิ่งที่จะทำให้ลูกค้าเข้ามาในร้านของคุณ? เช่น บรรยากาศภายในร้าน, ความเป็นกันเองของพนักงานภายในร้าน, มุมถ่ายรูป เป็นต้น

 

2. Exchange เป็นการสร้างคุณค่าให้กับสินค้าหรือบริการ

ในยุคนี้การแข่งขันกันด้วยเรื่องของการตั้งราคาอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเสมอไป ในกลยุทธ์ การตลาด 4E เราจะต้องสร้างคุณค่าหรือเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และบริการของเราเพื่อให้ลูกค้าพร้อมที่จะควักเงินซื้อสินค้า หรือเข้ามาใช้บริการในร้านของเรา เช่น เราขายรองเท้าเพื่อสุขภาพ เราอาจจะมีวิธีนำเสนอคุณค่าของวัตถุดิบและขั้นตอนในการทำรองเท้าว่าต้องผ่านขั้นตอนกระบวนการอะไรบ้าง กว่าจะได้เป็นรองเท้าออกมา 1 คู่ 

 

3. Everywhere เป็นการทำให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้า และบริการของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น

โดยการเพิ่มโอกาสการขายในทุกๆ ช่องทางเพื่อให้ลูกค้าสามารถเห็นสินค้าและบริการของเราได้มากขึ้น ยิ่งในยุคดิจิทัลแบบนี้มีช่องทางการขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter, Youtube, Page, Website, TikTok. Shopee, Lazada หรือถ้าคุณเปิดร้านขายอาหารหรือเครื่องดื่มก็สามารถเข้าร่วม delivery กับ Lineman, Grab, Panda Food ก็ได้ 

 

4. Evangelism การทำให้ลูกค้าขาจรกลายมาเป็นลูกค้าประจำ

พัฒนาสู่การเป็นสาวก แฟนคลับ กลยุทธ์การตลาดแบบ ลด แลก แจก แถม เพื่อทำให้ลูกค้าขาจรกลายมาเป็นลูกค้าขาประจำนั้นอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไปสำหรับการทำตลาดในยุคนี้ เราจะต้องมานั่งคิดต่อไปว่า เราจะใช้องค์ประกอบทั้ง 3E ซึ่งได้แก่ Experience, Exchange และ Everywhere อย่างไรเพื่อให้เกิด แฟนคลับ หรือ สาวก โดยอาจจะสร้างเป็นเรื่องราวของแบรนด์ให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกผูกพัน หรือสร้างประสบการณ์และกิจกรรมร่วมกันกับลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและบอกต่อ

 


มาถึงตรงนี้ หลายคนคงจะมองเห็นภาพกลยุทธ์ การตลาด 4E มากขึ้นแล้ว และเราสามารถนำกลยุทธ์การตลาด 4E มาวิเคราะห์ร่วมกับกลยุทธ์การตลาด 4P ได้ เพื่อสร้างความโดดเด่นและความแข็งแกร่งให้กับสินค้าและบริการของเรา


บทความที่คล้ายกัน