รับส่วนลด 300 บาทสำหรับการซื้อครั้งแรก

กรณีศึกษา BearHug สู่ชานม BareHouse สร้างแฟนคลับเท่ากับสร้างรายได้

13 สิงหาคม 2564
กรณีศึกษา BearHug สู่ชานม BareHouse สร้างแฟนคลับเท่ากับสร้างรายได้

กรณีศึกษา BearHug สู่ชานม BareHouse สร้างแฟนคลับเท่ากับสร้างรายได้

การมีฐานแฟนคลับหรือผู้ติดตามตัวเราหรือธุรกิจของเรา ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความจงรักภักดีที่มีต่อแบรนด์สินค้า ซึ่งตอนนี้เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะสามารถชักชวนแฟนคลับหรือผู้ที่ติดตามเราให้อุดหนุนซื้อสินค้าและบริการที่มาจากเราได้ อย่างเช่น กรณีศึกษา BearHug ซึ่งแต่เดิมเป็นเพียง ยูทูบเบอร์ แต่กลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจร้านชานม Bearhouse ที่มียอดขายเป็นสิบล้าน และมีสาขาหลายสาขา วันนี้เรามาเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจของเราว่า พวกเขาประสบความสำเร็จได้อย่างไร


เริ่มแรกเรื่องราวของ กรณีศึกษา BearHug เกิดขึ้นจากเพื่อนรักสองคน คือ คุณอรรถกร รัตนารมย์ และ คุณปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช ร่วมกันสร้างช่องทางยูทูบ ที่ชื่อ Bearhug ตั้งแต่ปี 2018 โดยมีคอนเทนต์หลักๆ คือ การพาไปกิน เที่ยว ไปชิมอาหารอร่อยๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจนมีฐานแฟนคลับและผู้ติดตามถึง 3.4 ล้านคน แต่จุดเปลี่ยนที่หันมาทำธุรกิจชาไข่มุกคือ พวกเขาค้นพบว่า ทุกประเทศที่ได้ไปเที่ยวจะมีคนต่อแถวซื้อชานมไข่มุกยาวเหยียด และด้วยความชื่นชอบส่วนตัวกับการดื่มชาไข่มุก จึงได้จุดประกายไอเดียธุรกิจในปี 2019 โดยสร้างแบรนด์ชานมตัวเอง ที่ชื่อว่า Bearhouse และเปิดร้านชานมสาขาแรกที่สยามสแควร์ จนภายหลังมากลับกลายเป็นการสร้างรายได้มากกว่าค่าโฆษณาจากยูทูบถึง 16.9 ล้านบาท ในปี 2019


สิ่งที่ผู้ประกอบการได้เรียนรู้และนำมาปรับใช้จาก กรณีศึกษา BearHug ได้แก่

1. ฐานแฟนคลับเป็นดั่งลูกค้าผู้จงรักภักดี

เพราะแฟนคลับหรือผู้ติดตามคือผู้ที่ชื่นชอบในตัวเราหรือคอนเทนต์ของเรา พวกเขามีความชอบและอยากทำตามสิ่งที่เราแนะนำอยู่แล้ว เพราะเชื่อมั่นในตัวเรา ดังนั้น หากเราเป็นผู้ขายสินค้าเอง ย่อมเป็นข้อได้เปรียบที่แฟนคลับจะอุดหนุนสินค้าของเรา อย่างกรณี BearHug ที่สร้างแบรนด์ชานมไข่มุก Bearhouse ของตัวเอง และเชิญชวนให้แฟนคลับมาอุดหนุน กลับได้รับการตอบรับที่ดีมากจากแฟนคลับ

2. สร้างแบรนด์สินค้าด้วยความเป็นเรา

เรามีแฟนคลับติดตามเพราะพวกเขาชื่นชอบบางอย่างในตัวเรา และถ้าเราสามารถสร้างสินค้าที่มาจากตัวเราเองโดยตรง จะยิ่งตอกย้ำให้แฟนคลับสนใจและซื้อสินค้าของเรามากขึ้นอย่างเช่น แบรนด์ชานมไข่มุก Bearhouse ที่เจ้าของเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการดื่มชาไข่มุกจากต่างประเทศ จึงค้นพบว่า เราสามารถสร้างจุดเด่นที่แตกต่างจากร้านชานมอื่นได้ ด้วยการใช้ไข่มุกโมจิที่ผลิตเอง และเป็นไข่มุกที่ใช้ข้าวไทยเป็นส่วนผสมด้วย ซึ่งสะท้อนความเป็นไทยและการใส่ใจต่อการเลือกสรรวัตถุดิบเสมือนทำเครื่องดื่มให้คนในครอบครัว

3. แฟนคลับบอกต่อว่าดีเลยยิ่งขายดี

เราสามารถขยายฐานลูกค้าอื่นได้จากพลังการบอกต่อกันของแฟนคลับทำให้เรายิ่งได้เปรียบทางธุรกิจยิ่งขึ้น


หากเราลองทบทวนอีกที กรณีศึกษา BearHug แม้ว่าจะเกิดขึ้นได้จากฐานแฟนคลับ แต่ต้องไม่ลืมว่า สินค้านั้นก็ต้องดีมีคุณภาพด้วย จึงจะทำให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จได้


บทความที่คล้ายกัน